กำลังบันทึกข้อมูล
ภาพและบทความ : 025 | เอาเงินไปซื้อหุ้นดีกว่า ไม่ซื้อประกันหรอก

ภาพและบทความ
025 | เอาเงินไปซื้อหุ้นดีกว่า ไม่ซื้อประกันหรอก

ผู้แต่ง : ชัยยะพัส อินจงกลรัศม์
หมวดหมู่ : พัฒนาตนเอง

จำนวนภาพ : 1 ไฟล์
จำนวนบทความ : 1 ไฟล์
วันที่จำหน่าย : 11 ต.ค. 2564
วันที่ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด : 20 ม.ค. 2565

ราคา : 500.00 บาท
(ปกติ 1,290.00 บาท)

ซื้อ 3 ชุด ลด 20% (400 บาท/ชุด)
ซื้อ 6 ชุด ลด 35% (325 บาท/ชุด)
ซื้อ 10 ชุด ลด 50% (250 บาท/ชุด)



ตัวอย่าง 

  
025 | เอาเงินไปซื้อหุ้นดีกว่า ไม่ซื้อประกันหรอก

ภาพและบทความนี้มีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย

 

## เอาเงินไปซื้อหุ้น ดีกว่าซื้อประกัน ##
.
ถูกต้องครับ 
ผมเห็นด้วย 100% ลงทุนกับประกันชีวิต 
ไม่ใช่แค่ผลตอบแทนน้อยกว่าการลงทุนอื่นๆ 
ยังมีเรื่องสัญญาระยะยาวมาก

 

แถมกว่าจะครบสัญญา 20 ปี หรือ 30 ปี 
กว่าจะได้รับเงินคืน 
ตอนนั้นเงินของคุณคงโดนค่าเงินเฟ้อกินหมด 
มูลค่าของเงินลดค่าไปไม่รู้เท่าไหร่

เช่นเงิน 1,000,000 บาท ณ วันนี้ 
กับ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ก็มีมูลค่าก็ไม่เท่ากัน 

20 ปีก่อน ถ้าเอาเงินหนึ่งล้านไปซื้อทองคำ 
ย่อมได้ทองคำมากกว่าเงินหนึ่งล้านบาท
ในปัจจุบันแน่นอน ถูกต้องไหมครับ?

แถมหากคุณส่งเบี้ยประกันไปครึ่งๆ กลางๆ ของสัญญา 
แล้วคุณอยากจะถอนเงินคืน 
คุณก็ได้เงินไม่ครบ ถอนได้น้อยกว่าเงินที่คุณจ่ายไปเสียอีก 

ด้วยเหตุนี้ใช่ไหมครับ 
คุณถึงบอกว่า “ทำประกันไม่คุ้ม เอาเงินไปลงทุนดีกว่า”?

ผมสงสัยนิดเดียวที่บอกว่า เอาไปลงทุนดีกว่านี่ 
ผลตอบแทนดีขนาดไหนครับ 
สักกี่เปอร์เซ็นต์ต่อปี 
เผื่อจะขอความรู้ และถ้าดีจริงๆ ผมขอลงทุนตามด้วย

คุณอาจบอกว่า 
“อ่อ ถ้าผมลงทุนเอง อย่างน้อยก็ต้อง 10-15% ต่อปี”

แล้วในครอบครัวของคุณ ลูกหรือภรรยาของคุณ
มีทักษะแบบเดียวกับคุณไหมครับ 
หมายถึงว่า ถ้าผมเอาเงินสักสิบล้านไปให้ลูก ภรรยาของคุณช่วยลงทุน 
ก็ได้ผลตอบแทน 10-15% ต่อปี เช่นเดียวกับคุณไหม?

แน่นอน คุณอาจบอกผมว่า
“พวกเขาไม่รู้เรื่องการลงทุนหรอก ผมน่าจะรู้เรื่องนี้ดีที่สุด”

ในฐานะที่คุณเป็นนักลงทุน 
ผมอยากเรียนถามคุณสักนิดครับ 
คุณคิดว่าทรัพย์สินทางการเงินที่มีค่ามากที่สุดของคุณน่าจะเป็นอะไร?

“น่าจะเป็นพอร์ตหุ้นของผมนะ 
ปั้นมาเองกับมือจากหลักแสนจนเป็นหลักสิบล้านแล้ว”

ไม่รู้ว่า คุณเห็นด้วยกับผมไหมนะครับ 
ในแง่เศรษฐศาสตร์ มีการกล่าวว่า 
ทรัพย์สินทางการเงินที่มีค่ามากที่สุดของมนุษย์ 
หาใช่ทรัพย์สินภายนอก แต่กลับเป็นทรัพย์สินภายใน 
ที่เรียกว่า “Earning Ability” 
หรือความสามารถในการหารายได้ 

เพราะเจ้า Earning Ability 
นี่แหละที่สร้างพอร์ตหุ้นคุณให้โตขนาดนี้ 
และเป็นเครื่องมือที่สร้างหลักทรัพย์อื่นๆ 
ในชีวิตของคุณ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ 

แต่ไอ้เจ้า Earning Ability มันมีทั้ง ข้อดี และ ข้อด้อย ครับ

ข้อดี: ก็อย่างที่ผมบอกคุณไปแล้ว 
มันช่วยสร้างอาณาจักรของคุณ 
มันคือสินทรัพย์ที่สร้างสินทรัพย์ทั้งหมดของคุณ
มันคือความมั่นคง ความสุขสบายของคนที่คุณรัก 
ข้อนี้ คุณเห็นด้วยไหมครับ?

ข้อด้อย: มันเสียอย่างหนึ่ง ตรงที่ว่า ไอ้เจ้า Earning Ability 
นี่มันถ่ายโอนให้ใครไม่ได้เลย 
ความเก่งของคุณ ความรู้เรื่องการลงทุนของคุณ 
มันส่งต่อให้ใครไม่ได้ 

แหม...ถ้าสามารถเอา Thumb Drive มาเสียบที่สมองของคุณ
ดูดเอาความรู้ทั้งหมดทั้งมวล แล้วเอาไปถ่ายโอนให้ลูกคุณได้นี่ 
คงสุดยอดมากๆ เลยใช่ไหมครับ?

ประเด็นในวันนี้ไม่มีอะไรมากหรอกครับ
ผมขอพูดข้อเท็จจริง 2 ข้อ

1.เราทุกคนรู้ว่า...เราต้องจากโลกนี้ไปในวันหนึ่ง
แต่ไม่มีสักคนนึงรู้ว่า...ต้องจากไปในวันไหน

นักธุรกิจผู้ชาญฉลาดอาจคาดการณ์การลงทุนได้อย่างแม่นยำ
แต่ไม่มีสักคนเดียวที่เก่งพอที่จะรู้ “อนาคต”

2.Earning Ability ความรู้ความสามารถของคุณ
ถึงแม้จะถ่ายโอนให้ลูกไม่ได้ แต่สามารถ “การันตี” ไว้ได้

แปลว่า วันนี้คุณเลือกได้ที่จะให้
ความสามารถที่คุณมี มีค่าเป็น “ศูนย์” 
เมื่อคุณจากไปก่อนวัยอันควร
หรือ
ความสามารถของคุณกลายเป็น “เงินสดก้อนโต” 
ให้คนที่คุณรัก และห่วงใยที่สุด

เช่นหากคุณอยากการันตีค่าความสามารถ
คุณก็แบ่งกำไรบางส่วนที่คุณได้
จากการลงทุนของคุณมาบริหารกับบริษัทประกัน
.
“เงินอยู่ต่างที่ ทำหน้าที่ต่างกัน”
เงิน...อยู่ในหุ้นสร้างกำไรตัวเงิน 
เงิน...อยู่ในบริษัทประกันป้องกันการลงทุน
ถือว่ากำไรน้อยลงหน่อย แต่การลงทุนของคุณทั้งหมด 
“ปลอดภัยทุกมิติ”

ตัวอย่าง
อยากประกัน Earning Ability ที่ 100 ล้าน ก็ออม 3% ของร้อยล้าน ก็คือ 3 ล้านบาทต่อปี
อยากการันตี Earning Ability ที่ 10 ล้านก็ออม 300,000 บาทต่อปี
เปรียบเสมือนพี่เอาเศษเหรียญบาทแค่ 3 เหรียญมาแลกกับแบงค์  100

ถ้าเกิดอะไรขึ้นมากับนักธุรกิจผู้นั้น 
ค่าความสามารถที่เขาการันตีไว้จะถูกส่งมอบเป็น 
“เงินสดก้อนโต” ให้ทายาททันทีและแน่นอนที่สุด 
เพราะรับรองด้วยกฏหมายเป็นลายลักษณ์อักษร
.
และที่สำคัญไม่มีเครื่องมือชนิดใดในโลกที่ทำแบบนี้ได้
ไม่มีการลงทุนไหนในโลกที่ทำแบบนี้ได้
.
ประกันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อผลตอบแทนการลงทุนทางการเงิน
แต่ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องตัวคุณ และการลงทุนทุกอย่างของคุณ

นี่เป็นเหตุผลที่มหาเศรษฐีถึงแม้จะรวยล้นฟ้า
ก็ยังใช้เครื่องมือประกันชีวิตประกันค่าความสามารถของตัวเอง 
แทนที่จะปล่อยให้กลายเป็นศูนย์

วันนี้คุณอยากเริ่มสร้างหลักทรัพย์
จากการการันตีค่าความสามารถ
ให้คนที่คุณรักที่สุดเท่าไหร่ดีครับ
.
เริ่มต้นที่วงเงิน 50 ล้าน หรือ 100 ล้านดีครับ?

โปรแกรมกุนซือประกัน (Beta) V.1
สงวนลิขสิทธิ์ © 2565 พี่ชื่อเจฟ
นโยบายการจัดส่งสินค้า | นโยบายการยกเลิกการสั่งซื้อ | นโยบายการคืนเงิน | นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | ข้อเสนอแนะจากผู้ใช้